Thai Indie

Rainbow Safari Polycotton

“ความยุ่งเหยิงที่น่าประทับใจ กับสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงและพิลึกพิลั่น” คงไม่ต้องแนะนำวงนี้กันมากนัก สำหรับคอเพลงอินดี้ชาวไทย FOLK9 คือวงในระดับหัวแถวของวงการอย่างไม่ต้องสงสัย คำว่าอินดี้ป๊อปดูจะขาดวงนี้ไปเสียมิได้ ปีที่แล้ว เขาได้ปล่อยผลงานสตูดิโออัลบั้มเต็มลำดับที่4 ของวง อย่าง Rainbow Safari Polycotton ซึ่งเป็นงานที่มีความต่างจากงานเดิมอยู่ค่อนข้างมาก จากความฟุ้งความดรีมที่เป็นเอกลักษณ์ สู่ความคึกคัก กระฉับกระเฉง แต่ปั่นประสาทกว่าเดิม สองแทรคแรกอย่าง […]

Yokee Playboys

“อัลบั้มนมหนามในตำนาน ความเฮี้ยนที่กาลเวลาทำอะไรไม่ได้” รู้สึกได้ว่า เด็กเจนใหม่ เริ่มที่จะรู้จักเพลงของ Yokee Playboys มากขึ้น ไม่ว่าจะจากช่องทางไหนก็แล้วแต่ พวกเขาสามารถเชื่อต่อกับดนตรีที่ยังคงฟังดูร่วมสมัย เนื้อหาที่ครุมเครือ แต่ทัชใจอย่างประหลาด รวมถึงเสียงร้องเท่ๆที่ไม่มีใครเหมือน และอัลบั้มแรกของพี่โป้ ที่คนเรียกติดปากว่า อัลบั้มนมหนาม (จากรูปปก) ก็เป็นอัลบั้มที่ถูกพูดถึงกันปากต่อปาก ถึงความคัลท์ได้ใจ แต่ก็ไพเราะอย่างเหลือเชื่อ 

Deviation From The Norm

“เมื่อวิญญาณไซคีเดลิคร็อคถูกปลดปล่อยออกจากการจองจำ และเลือกเข้าสิงร่างของเด็กหนุ่มชาวกรุง”    สำหรับวงที่ชื่อออกจะเรียกยากสักนิดอย่าง “LEPYUTIN”(เลพิวติน) ผมเคยฟังเพลงของพวกเขามาสักพักแล้ว เพลง Date จากอีพีแรก คือเพลงที่ทำให้ผมเริ่มสนใจติดตามวงนี้อย่างจริงจัง จนเมื่อปีที่แล้ว วงได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมา “Deviation From The Norm” ซึ่งสำหรับคนที่ติดตามวงมาแต่ต้น คงรู้สึกได้ถึงการเติบโตของวงอย่างชัดเจน     สิ่งที่อยากจะชื่นชมเลยก็คือ ท่าทีในการนำเสนอดนตรีไซคีเดลิคร็อคของ LEPYUTIN

TwT

ศิลปินหนุ่มที่มีเอกลักษณ์อย่างไม่มีใครเหมือน Alec Orachi เขากลับมาอย่างเงียบสงบ ไม่มีการทำคอนเท้นสนุกสนานใดๆ มีเพียงสามเพลงที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกันอย่างเงียบๆ เหมือนเป็นการบอกเล่าเรื่องราวภายในจิตใจของเขาให้กับคนที่อยากรับฟังจริงๆ เพียงเท่านั้น ทั้งสามเพลงเหมือนจะพาเขากลับไปสูรากเหง้าเดิม แฟนเพลงที่ติดตาม Alec มาตั้งแต่ช่วงแรก อาจจะรู้สึกว่าเขากลับมาแล้ว แต่ผมคิดว่า คราวนี้มันไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องของสไตล์ดนตรี เขาไม่ใช่ sad boy คนนั้น

Code Nour

นี่จะเป็นอัลบั้มภาษาอีสานที่ควรบรรจุเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ ผมไม่ได้พูดเล่น และอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้ทำมาเล่นเล่น บูมทำอัลบั้มนี้ขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ นำเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นอีสานถ่ายทอดออกมาอย่างสนุก ขี้เล่น มีชั้นเชิง นี่คือการทำอัลบั้มที่คอนเสปต์แข็งแรงมากที่สุดอัลบั้มนึงของวงการเพลงเลย แค่เปิดเพลงแรกมา “เทมเทมา” เพลงนี้ดนตรีมันคือ Tame Impala อีสานมัลติเวิร์ส การนำซาวด์ที่ไม่ต้องพรีเซนต์ดนตรีท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่จัดแจงมาในเนื้อร้องที่เล่าเรื่องฝนตกหนัก จนท่วมนา ทำนาไม่ได้  แทรคต่อมาอย่าง “ให้ลาบก้อยเยียวยา”

Cha La La Love

เป็นอีกหนึ่งวงไทยหัวหอกของยุคนี้ สำหรับวงบลูส์ ฟังค์ ขวัญใจซีนอินดี้ไทยอย่าง H3F สำหรับอัลบั้มนี้ถือเป็นสตูดิโออัลบั้มที่4 ของทางวงแล้ว ทิศทางของงานชุดนี้ สำหรับผมถือว่าไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่สิ่งที่ได้รับเพิ่มเติม มันคือประสบการณ์ที่สั่งสม ความกลมกล่อมแบบพอดี เข้าที่เข้าทางตามวัย  ชุดนี้วงลดทอนเครื่องเป่าลงไป แล้วให้ความสำคัญกับคีย์บอร์ดเทียบในระดับเดียวกับกีตาร์เลยก็ว่าได้ มันเป็นงานที่อาจจะไม่มีความซิ่งในระดับพุ่งทะยาน วงเลือกที่จะทำงานออกมาจากรากเหง้า ไม่ได้รู้สึกว่ามีเพลงไหนปั้นมากะให้เป็นซิงเกิ้ลเลย มันเลยเหมาะกับการฟังอย่างต่อเนื่องทั้งอัลบั้มจริงๆ แทร็คเด่นมันเลยไม่มี

Death of a Daisy & Birth of an Oyster

โตมาเป็นอะไร ก็ไปเป็นหอยนางรมสิ นี่เป็นสตูดิโออัลบั้มที่ 3 แล้ว ของวงดนตรีจอมขยัน ที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วในซีนดนตรีสากลอย่าง KIKI มันเหมือนพวกเขาใช้ชีวิตสะสมบางสิ่งบางอย่างมา แล้วพร้อมจะปะทุออกมาเป็นลาวาแห่งเสียง มากกว่าจะทำเพลงเพียงเพื่อหวังผลทางการตลาด ผลที่ได้ นี่ก็เป็นอัลบั้มที่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นนะ เพลงมันมีความป๊อปมากขึ้น แต่ละเพลงพร้อมจะชอนไชประสาทการรับรู้ของเราให้ติดหนึบ ขณะเดียวกันก็กระซิบให้เราต้องหาทางออกไปพิสูจน์ความจริงด้วยการไปดูโชว์ของพวกเขา ความไร้เสียงสาของพวกเขาไม่ได้ถูกอุตสาหกรรมฆ่า ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองไปเป็นวงระดับเมเจอร์ แต่ KIKI