Albums

Deviation From The Norm

RATING

GOOD

“เมื่อวิญญาณไซคีเดลิคร็อคถูกปลดปล่อยออกจากการจองจำ และเลือกเข้าสิงร่างของเด็กหนุ่มชาวกรุง”

   สำหรับวงที่ชื่อออกจะเรียกยากสักนิดอย่าง “LEPYUTIN”(เลพิวติน) ผมเคยฟังเพลงของพวกเขามาสักพักแล้ว เพลง Date จากอีพีแรก คือเพลงที่ทำให้ผมเริ่มสนใจติดตามวงนี้อย่างจริงจัง จนเมื่อปีที่แล้ว วงได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมา “Deviation From The Norm” ซึ่งสำหรับคนที่ติดตามวงมาแต่ต้น คงรู้สึกได้ถึงการเติบโตของวงอย่างชัดเจน 

   สิ่งที่อยากจะชื่นชมเลยก็คือ ท่าทีในการนำเสนอดนตรีไซคีเดลิคร็อคของ LEPYUTIN นั้น เป็นเพียงการแสดงความเคารพ และชื่นชมเท่านั้น ไม่ใช่การยึดถือยึดมั่น เอาเข้าจริง มันเป็นงานร็อคที่ค่อนข้างร่วมสมัยที่แม้จะเอาไปเปิดกลางสยาม พลังวัยรุ่นของมันก็สามารถเข้าไปยึดครองใจเด็กที่เดินไปมาได้ไม่ยาก

   แทรคอย่าง “Lost In Translation” คือการนำบรรยากาศของยุค70s มาบรรจบกับท่วงทำนองแบบไทยๆ เคลื่อนที่ผ่านความดิบกร้าวในแบบการาจ นี่คือแทรคที่วงนำมาเล่นสดเป็นไฮไลท์ของโชว์ เพื่อดึงให้อารมณ์ของคนฟังพุ่งทะยาน แต่กระนั้น แทรคอย่าง “Bora Bora” ก็กลับเผยให้เห็นด้านที่เปราะบางของวง เพลงที่แสนละมุนละไมด้วยเสียงร้องและกีตาร์ ฮาร์โมนี่ต่างๆที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว จนเราได้คำตอบว่า สิ่งที่ทำให้ LEPYUTIN แตกต่างออกไป เพราะในความเกรี้ยวกราดนั้น มีความอ่อนโยนและเปราะบางเป็นรากฐานอยู่ ก่อนที่ช่วงท้าย พวกเขาจะให้ดนตรี นำพาเราทะลุมิติไปไกลจนคาดไม่ถึง

   “Hot Box” อาจจะกล่าวได้ว่า นี่คือเพลงร็อคที่จะเป็นอาวุธสำคัญของซีนร็อคในไทยไปอีกหลายปี นี่คือความบ้าบอคอแตก ความอาจหาญ ทำตัวcool ก่อนทุกอย่างจะเคลื่อนที่เข้าสู่ความโกลาหลอย่างช้าๆ นี่เป็นเพลงที่สร้างลูปนรกขึ้นมา และพาไปเข้าแกนกลางของพายุในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะฟังในแทร็ค หรือดูเล่นสด นี่คือประสบการณ์ที่ควรต้องลองอย่างยิ่ง

อัลบั้มนี่มันแปรปรวนอย่างมีชั้นเชิง เพลงถัดมาอย่าง “Summer Time” ก็เป็นเหมือนแสงแดดที่อบอุ่น แก้มึนเมาได้ในทันที ผมลืมบอกไปว่า เสียงแซ็คโซโฟน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อัลบั่มนี้ สามารถเปิดมิติให้ดนตรีของวง ขยายไปกว้างขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม

   ในพาร์ทเพลงร็อคชั้นดีอย่าง “The Second Son” และ “Caramine” ก็เป็นการนำเสนอที่ดูเก๋าเกมมาก ทั้งๆที่พวกเขาเป็นวัยหนุ่มอายุ20กลางๆเท่านั้น ส่วนที่น่าจะเป็นจุดที่แตกต่างอีกประการ คือเสียงร้องของสองฟร้อนแมนอย่าง “จีเนียส” และ “ซี” ซึ่งให้โทนและอารมณ์ที่แตกต่างกัน คนนึงทรงพลังและเกรียวกราด อีกคนทุ้มนุ่ม แต่ทั้งสองคนนั้น เลือกที่จะถ่ายทอดวิธีการร้องที่พิถีพิถันด้านเมโลดี้อย่างมาก ซึ่งหาไม่ง่ายในงานยุคนี้

   ไม่ต้องกลัวว่างานเพลงไซคีเดลิคร็อค จะเป็นของแสลง ของสำหรับคนแก่ LEPYUTIN เขาย่อยมาให้ฟังแล้ว ลองปล่อยสมองและความคิด ไปกับอัลบั้มนี้ดู มีผลต่อการรับรู้แน่นอน

More Reviews

Yokee Playboys

Playground (EP)

Death Of A Salesman (2002)

Cha La La Love