ในยุคที่อุตสาหกรรมดนตรี ทำเพลงเพื่อป้อนสู่เพลย์ลิสต์ MAKARA คือหนึ่งในศิลปิน ที่ยังคงเชื่อมั่นในพลังของอัลบั้ม เขาปล่อยอัลบั้มแม่งทุกปี ไม่สนกระแสความเชื่อใดๆ ส่งผลให้เขากลายเป็นศิลปินที่มีโอกาสทัวร์ญี่ปุ่น แต่ในบ้านตัวเองยังคงเป็นม้านอกสายตา
อัลบั้ม Ngong Ngnog นี้ นับเป็นอัลบั้มเต็มชุดที่4 ของ MAKARA แล้ว นับจาก Debut อัลบั้มแรก ในปี 2020 พูดแบบคนที่ได้ฟังงานของ MAKARA มาตลอด งานชุดนี้ถือว่าดีที่สุดของวงเลยก็ว่าได้
มันเป็นงานที่มีจังหวะจะโคนที่แตกต่างออกไปจากเดิม อาจจะด้วยการปรับเปลี่ยนสมาชิกในวงด้วย การได้มาสะ มือกลองชาวญี่ปุ่น มาคุมหลังบ้าน ก็ทำให้งานชุดนี้ของ MAKARA มีกรูฟที่ต่างจากเดิม มันมีความซับซ้อน และก็ชวนโยกมากยิ่งขึ้น
แม้อัลบั้มนี้ MAKARA จะบอกว่าได้อิทธิพลจากดนตรีหมอลำมาผสม แต่เอาเข้าจริง มันก็แตกต่างจากวงดนตรีหมอลำสากลที่เราเคยได้ยิน รสชาติแบบดนตรีฟังกี้ญี่ปุ่น กับกีตาร์ฟังค์หมอลำ การร้องแบบบลูส์ร็อค มันผสมผสานกันเป็นลายเซ็นต์ที่ไม่เหมือนใครในอัลบั้มนี้
เพลงอย่าง “COCO”, “To-Me-Ta” คือแทรคที่เป็นตัวแทนภาพของอัลบั้มนี้ มันทั้งชวนโยก และมีความบ้าบอคอแตก เนื้อร้องภาษาไทยในแบบที่แฟนวงอาจจะไม่คุ้น แต่เนื้อหานั้นมีความจิกกัด ยั่วล้อ ความเป็นไทยได้แสบดี ทั้งสองเพลงเชื่อว่า ไม่ว่าจะเอาไปเล่นที่ไหน ก็ทำให้คนดูต้องโยกตามไปได้แบบปล่อยจอย
กลิ่นแบบเดิมๆ ที่แฟนๆคุ้น แต่ทำให้มันแข็งแรงมากขึ้น อยู่ในแทรคอย่าง “Temptation” และ “Phaya Phan Ru” ความบลูร็อค หนึบๆ โชยกลิ่นภารตะ ในแบบMAKARA ที่มีลูกเล่นและรายละเอียดมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แม้จะใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นกว่า
และในด้านที่ต้องการถ่ายทอดอารมณ์ ความเปราะบาง แทรคอย่าง “Hallelujah” และ “Parking Lot” ก็ทำออกมาได้งดงาม น่าหลงไหล เพลงช้า MAKARA ก็ทำออกมาได้ดีอย่างน่าทึ่ง รวมถึงแทรคอย่าง “Silver Spoon”และ “Soulless Station” ก็เป็นสองเพลงที่ผมชอบมากๆ มันเหมือนเราได้เห็นด้านที่แปลกออกไปที่อาจจะเป็นรากฐานสำคัญในอนาคตของวง
เป็นอัลบั้มที่สำคัญ สำหรับวง และวงการเพลงไทย นี่คือประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าอะไรใหม่ๆ จริงๆ สมควรเปิดฟังอย่างไม่ต้องสงสัย