ARTICLE

The Peech Man Show Concert

จารย์กุ้งมีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตใหญ่ของหนุ่มๆ Purpeech มาเมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมานี้ บอกเลยว่าสุดแสนจะอบอุ่น ตั้งแต่ทางเข้างานที่แฟนๆพร้อมใจกันใส่ชุดลายดอกไม้ รวมทั้งถือดอกทานตะวันมาล้นหลาม ทำให้ได้บรรยากาศทุ่งทานตะวันแสนสดใสน่ารักอบอุ่นตั้งแต่ก่อนเข้าฮอลล์

ด้วยเวทีที่ถูกออกแบบมาให้เหมือนม่านละครเวทีหรือฉากหนังยุคเก่า ตรงกับธีม The show ที่วงอยากนำเสนอ บรรยากาศชวนให้เราลุ้นและตื่นเต้นที่จะรอคอยโชว์ ของหนุ่มๆ Purpeech หลังม่านไม่ไหว 
เมื่อการรอคอยสิ้นสุดลง ไฟก็ค่อยๆ ดับ ม่านสีแดงถูกเปิดออกพร้อมกับการโซโล่ดนตรีของแต่ละสมาชิก และสุดท้ายที่เรารอคอย Front Man  นักร้องนำของเรา ‘เรฟ’ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ เปิดเพลงแรกมากับ “ดีใจที่ได้พบเธอ” บอกเลยว่าเลือกเพลงเปิดมาได้ดีจริงๆ เหมือนคำทักทายที่อยากจะบอกแฟนๆว่า ดีใจที่ได้พบกันวันนี้ 

ฉากแรกของโชว์ เพอพีชเปิดมาด้วย setlist เพลงสดใส อาทิเช่น  “บังเอิญพบทานตะวัน” , “ดอกไม้ที่รอให้เธอเก็บ” , “วันเปื่อย”  “นี่ฉันเองคนที่…” และสุดท้ายเพลงฮิตสุดไวรัลชวนเต้นตาม “ตกกะใจทำได้ลง” แต่พาร์ทแรกนี้สุดเซอร์ไพร์บอกเลยว่าเพอพีชทำถึงมากที่ทำคอนเสิร์ตสลับกับเกมส์โชว์ที่ชวนให้แฟนๆมี Moment สนุกสนาน กับแขกรับเชิญอย่าง “YourMOOD” และ “TONHON” 

ฉากที่สองที่ดึงอารมณ์สุดๆ พาร์ทนี้ถือได้ว่าเป็น killing part ของคอนมากๆ เพลงเศร้าถูกนำมาปลดปล่อยในพาร์ทนี้ได้อย่างดี บวกกับอารมณ์ของเพลงที่ถูกด่ำดิ่งไปตามขนาดของเวที เป็นซีนโชว์ที่ดึงเราสู่ห้วงอารมณ์ให้น้ำตาไหลไม่รู้ตัว เริ่มต้นด้วย “สายรุ้งหลังฝนโปรย” “กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ” และ “อาจเป็นเพราะฉันเอง” 

เสียงดนตรีที่สลับกับการเปลี่ยนเวทีให้เป็นห้องส่งคลื่นวิทยุ  ซึ่งมีนักร้องนำอย่าง คุณเรฟ ที่ทำหน้าที่เป็นดีเจ ด้วยน้ำเสียงนุ่มๆละมุนอบอุ่นนั้น เหมาะกับการอ่านจดหมายจากทางบ้านได้อย่างสุดซึ้ง ถึงขนาดที่ว่าพอเริ่มอ่านจดหมายจารย์กุ้งก็น้ำตาซึมเลย ข้อความนั้นเปี่ยมด้วยความรัก ความคิดถึง ความสมหวังและไม่สมหวังในความรักความสัมพันธ์ ส่งอารมณ์ให้คนทั้งฮอลล์

เพอพีชเป็นวงที่เหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้อง ด้วยเพลงที่เพลินหูสบายๆ แต่ทุกคำร้องทุกประโยค มันกอดเราเหมือนเพื่อนที่รู้ว่า ไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร วงก็ไม่ได้ตัดสินคุณหรือสอนอะไร แต่เป็นหมือนเพื่อนที่คอยแตะไหล่ และนั่งอยู่ข้างๆปลอบให้ได้ร้องเต็มที่แล้วค่อยๆกอดเราไว้ เพลงมันเบามาก ฟังง่ายๆ สบายไม่หนัก แต่มันคอยอยู่ข้างๆเราจริงๆ

อีกพาร์ทนึงที่ เรฟ พูดถึงเด็กต่างจังหวัดที่จากบ้านมาไกลมาตามหาความฝัน รวมไปถึงเรื่องครอบครัว พ่อแม่ เท่านั้นแหละ น้ำตาก็กลับมาไหลยิ่งกว่าเดิม คนข้างๆถึงกับยื่นทิชชู่มาให้ จารย์กุ้งเชื่อว่าใครหลายๆคนในตอนนั้นก็คงมีเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว ความสัมพันธ์ ชีวิต ความฝัน ที่ถูกเชื่อมโยงกันผ่านเรื่องราวของวงในช่วงเวลานั้นอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน

หลังจากที่ได้เสียน้ำตาไปกับพาร์ทเพลงเศร้าแล้ว เพอพีชก็ไม่ปล่อยให้บรรยากาศจมอยู่กับความเศร้าไปนานนัก และได้มอบเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ ด้วยการปรากฏตัวบน Mini Stage กลางฮอลล์ เพื่อเข้าไปใกล้หัวใจของแฟนเพลงอีกขั้นอย่างจริงใจและอบอุ่น พาร์ทนี้เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย แต่กินใจสุด ๆ กับเพลง “ตอนนั้นในวันนี้” เพลงแรกที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของวง เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น สมาชิกแต่ละคนค่อย ๆ เดินเข้าสู่เวที เติมเต็มกันและกันทีละคน จากความฝันเล็ก ๆ กลายเป็นวงดนตรีที่มีความหมายต่อใครหลายคน เป็นช่วงเวลาที่แม้จะเรียบง่าย แต่กลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึก บรรยากาศยังคงดำเนินไปอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง กับเพลงอย่าง “สบายดี” ที่ชวนให้นึกถึงวันแรกที่พวกเขานั่งเล่นดนตรีกันด้วยหัวใจ ไม่มีเครื่องแต่งเติม มีแค่ความจริงใจและเสียงเพลงเท่านั้นที่เชื่อมพวกเขาไว้ด้วยกัน

ทันใดนั้น ความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงกรี๊ด เมื่อแขกรับเชิญสุดพิเศษในวันแรกอย่าง “THE TOYS” ปรากฏตัว พร้อมขึ้นมาแจมในเพลง “ภาพถ่ายวันวาน” และ “ทิ้งแต่เก็บ” กลายเป็นโมเมนต์ที่ทั้งเวทีเต็มไปด้วยพลังงานของเคมีดนตรีที่แปลกใหม่แต่น่าจดจำ ทุกโน้ต ทุกจังหวะ ละมุนแต่หนักแน่นในความรู้สึก

วันถัดมาอีกวันแขกรับเชิญ ความพิเศษก็ยังไม่หมด เมื่อ “พี่นะ POLYCAT” ไอดอลในดวงใจของหนุ่มๆปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงไฟอบอุ่น เสียงของพวกเขาหลอมรวมกันอย่างสวยงามในเพลงเวลาเธอยิ้ม” และ “อาวรณ์” เป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้โอบกอดกันผ่านเสียงเพลง อบอวลไปด้วยความรัก ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ความประทับใจยังถูกส่งต่อแบบไม่มีหยุดพัก กับการรวมเพลงฮิตที่แฟนเพลงรักและร้องตามได้ทุกคำ ไม่ว่าจะเป็น “หากจะเพียงขอ”, “ทิ้งไว้อย่างพอใจ”, “รักรออยู่ไม่ไกล” และแน่นอนว่าไม่พลาดกับไฮไลต์ส่งท้ายด้วย “บังเอิญพบทานตะวัน” ที่เป็นเหมือนการบอกลาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะปิดฉากค่ำคืนอันงดงามนี้ไปด้วยเพลง “ถ้าเธออยู่ตรงนี้” เสียงสุดท้ายที่ซึมลึกในใจทุกคนแม้ไฟจะดับลงแล้ว

คอนเสิร์ตนี้ไม่ใช่แค่โชว์ แต่คือ การเดินทางของความตั้งใจ ทุกเพลงถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่เพื่อเวทีนี้โดยเฉพาะ ภายใต้การดูแลของ “TONHON” Music Director ที่เข้าใจและถ่ายทอดอารมณ์ของ PURPEECH ได้อย่างลึกซึ้งและแน่นอนว่าทุกอย่างจะไม่สมบูรณ์แบบหากขาดทีมเบื้องหลังที่สร้างโลกอีกใบให้กับเสียงเพลง โปรดักชัน แสง สี เสียง และไวบ์ทุกตารางนิ้วในฮอลล์ ถูกถ่ายทอดด้วยความตั้งใจจาก “HUI Team Design” และ “SATURATE Design” ที่ร่วมกันเนรมิตให้ “BLEND 285 Signature presents The Peech Man Show Concert” กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำล้ำค่า ที่ทั้งแฟนเพลงและสมาชิกวงจะไม่มีวันลืม

“ขอให้คุณมีความสุขในทุกวัน เดินทางอย่างปลอดภัย และ ได้พบกับใครสักคนนึงที่เป็นที่รักของคุณนะ ไว้มีโอกาส พบกันใหม่” 

Purpeech

Purpeech คือ วงดนตรีอินดี้-ป๊อปจากเชียงใหม่ ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน มีความฝันและแรงบันดาลใจในการทำเพลงร่วมกัน พวกเขาเริ่มต้นจากการร้องเพลงในงานกลางคืน จนก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินเต็มตัว ความสำเร็จของพวกเขาเกิดจากความรักในดนตรี ความมุ่งมั่นพัฒนา และมิตรภาพที่แน่นแฟ้น

Concert

CONCERT

FESTIVAL

Not found festival.

Festival